งานจัดการพลังงาน กองกายภาพและสิ่งแวดล้อม
Energy management

      

       นายธีระชัย ตันเรืองพร
ผู้อำนวยการกองกายภาพและสิ่งแวดล้อม
        ภารกิจผู้อำนวยการ       

        

    นายเสกสรรค์ ขวัญศรีวงค์
    หัวหน้างานจัดการพลังงน
        ภารกิจหัวหน้างาน   

  ทะเบียนการออกเลขที่หนังสือ กองกายภาพและสิ่งแวดล้อม

ตำแน่งที่ตั้ง มิเตอร์ไฟฟ้า มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (115KV) สถานีไฟฟ้าย่อย หมายเลขมิเตอร์ PEA 27669524คณะผลิตกรรมการเกษตรแม่โจ้ (คณะสัตว์ศาสตร์) หมายเลขมิเตอร์ PEA 23055970มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (วิทยาลัยพลังงานทดแทน) หมาเลขมิเตอร์ PEA 5900796468โครงการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร หมายเลขมิเตอร์ PEA 27697649โครงการหลวงพัฒนาบ้านโปงพระราชดำริ (ที่ตั้ง สำนักฟาร์มมหาวิทยาลัย) หมายเลขมิเตอร์ PEA 23062083โครงการพัฒนาบ้านโปง (ที่ตั้ง ฐานเรียนรู้ไม้ฟอกอากาศและโรงสูบน้ำบาดาลประปาภูเขา) หมายเลขมิเตอร์ PEA 24361184โครงการพัฒนาบ้านโปง (ที่ตั้ง แปลงและโรงเรือนปลูกดอกไม้ ) หมายเลขมิเตอร์ PEA 29156214มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (โรงเรือนเพาะพันธุ์กัญชา) ผศ.ดร.ปรีดา นาเทเวศน์ หมายเลขมิเตอร์ PEA 6300410225มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (โรงเพาะพันธุ์กัญชา 2) ศ.ดร.อานัฐ ตันโช หมายเลขมิเตอร์ PEA 6300570899มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (โรงสูบน้ำศรีบุญเรือง) หมายเลขมิเตอร์ PEA 5701543226มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (ศูนย์ท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศน์) หมายเลขมิเตอร์ PEA 29218279

ข่าวประชาสัมพันธ์และกิจกรรม

งานสหกิจศึกษา วันที่ 24-25 พ.ย. 2564 ให้ความรู้และสอนงานนักศึกษาสหกิจเรื่องการตรวจสอบและนำนักศึกษาดำการจดบันทึกมิเตอร์ไฟฟ้า มิเตอร์น้ำประปา อาคารที่ทำการ บ้านพัก ร้านค้าผู้ประกอบการภายในมหาวิทยาลัยทั้งหมด เพื่อจัดทำรายงานและวิเคราะห์สถิติกการใช้ไฟฟ้า และน้ำประปาของมหาวิทยาลัยประจำเดือนพฤศจิกายน 2564
งานสหกิจศึกษา วันที่ 24-25 พ.ย. 2564 ให้ความรู้และสอนงานนักศึกษาสหกิจเรื่องการตรวจสอบและนำนักศึกษาดำการจดบันทึกมิเตอร์ไฟฟ้า มิเตอร์น้ำประปา อาคารที่ทำการ บ้านพัก ร้านค้าผู้ประกอบการภายในมหาวิทยาลัยทั้งหมด เพื่อจัดทำรายงานและวิเคราะห์สถิติกการใช้ไฟฟ้า และน้ำประปาของมหาวิทยาลัยประจำเดือนพฤศจิกายน 2564
25 พฤศจิกายน 2564
6??ทิป เดินทางประหยัดพลังงาน??
6??ทิป เดินทางประหยัดพลังงาน?? ในแต่ละวัน คนเรามีการเดินทางที่หลากหลาย ทั้งเดินทางไปทำงาน ท่องเที่ยว พักผ่อน ซื้อของ ช้อปปิ้ง หรือทำกิจธุระต่าง ๆ แต่จะทำอย่างไรให้การเดินทางนั้น ประหยัดพลังงานไปด้วย วันนี้กระทรวงพลังงาน มี 6 ทิปดี ๆ มานำเสนอเพื่อการเดินทางแถมยังประหยัดพลังงานกัน ??1.วางแผนเส้นทาง วางแผนเส้นทางก่อนเดินทาง จะได้ไม่หลงทางหรือขับออกนอกเส้นทาง เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานหรือลดความสิ้นเปลืองของการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและยังประหยัดเวลาได้อีกด้วย ??2.หากใกล้ให้เดินเท้า หากจุดหมายอยู่ไม่ไกลมาก ควรเดินไปไม่ใช้รถ หรือจะเปลี่ยนมาปั่นจักรยานแทนก็ได้ เพราะได้ทั้งประหยัดพลังงาน แถมยังได้ออกกำลังไปในตัว ??3.เน้นใช้รถสาธารณะ หากที่พักของเราใกล้กับที่ทำงานหรือมีความสะดวกในการใช้รถสาธารณะ เช่นรถไฟฟ้า รถประจำทาง ก็ควรใช้บริการ เพราจะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าใช้รถยนต์ส่วนตัว ??4.ชั่วโมงรถติดไม่ดีแน่ หากเป็นไปได้หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเวลา หรือเส้นทางที่มีการจราจรติดขัด ??5. ตรวจสอบเครื่องยนต์ให้พร้อมใช้งานหมั่นตรวจสอบสภาพรถ และสภาพเครื่องยนต์ นอกจากเพื่อให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอแล้ว ยังทำให้รู้ถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์ ที่ส่งผลไปถึงอัตราการสิ้นเปลืองของน้ำมันเชื้อเพลิง และยังเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางด้วยเช่นกัน ??6.หาเส้นทางลัด ควรศึกษาเส้นทางลัดหรือเส้นทางที่รถไม่ติดก่อนการเดินทาง เพื่อที่จะได้ประหยัดเวลาและน้ำมันและลดความแออัดบนท้องถนน เพียงเท่านี้ ก็สามารถเดินทางไปสู่จุดหมายอย่างปลอดภัย แถมยังได้ร่วมประหยัดพลังงานอีกด้วย #เดินทางประหยัดพลังงาน #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN ดูน้อยลง
21 ตุลาคม 2564
5 เทคนิคดีๆ ตรวจสอบเครื่องยนต์ให้ปลอดภัย พร้อมเดินทางช่วงหยุดยาว ???
5 เทคนิคดีๆ ตรวจสอบเครื่องยนต์ให้ปลอดภัย พร้อมเดินทางช่วงหยุดยาว ??? ในช่วงวันหยุดยาวนี้ หลายท่านอาจต้องเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง หรือขับรถไปสถานที่ท่องเที่ยวในต่างจังหวัด กระทรวงพลังงาน ขอแนะนำการตรวจสอบเครื่องยนต์ของท่านเพื่อให้สามารถใช้รถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และประหยัดพลังงาน 5 ข้อ ดังต่อไปนี้ . 1??เช็คน้ำมันเครื่องก่อนการเดินทาง พื้นฐานสำคัญที่สุดสำหรับการดูแลเครื่องยนต์ คงหนีไม่พ้นน้ำมันเครื่อง โดยน้ำมันเครื่องจะเข้าไปหล่อลื่นชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในเครื่องยนต์ ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะที่ผู้ผลิตรถยนต์แนะนำหรืออย่างน้อยทุก ๆ 10,000 กิโลเมตรหรือทุก ๆ 6 เดือน หากไม่แน่ใจลองเช็คก้านวัดระดับน้ำมันเครื่อง ที่ต้องไม่ต่ำกว่าระดับ MIN ต่ำสุด 2??เครื่องยนต์ต้องพร้อมใช้งาน ดูแลระบบสำคัญของรถที่ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ได้แก่ ระบบระบายความร้อน ที่ต้องทำงานปกติและมีระดับน้ำหล่อเย็นในระดับสูงกว่า MIN เสมอ ระบบกรองอากาศ ที่ต้องคอยเปลี่ยนทำความสะอาดฝุ่นละอองหรือเปลี่ยนไส้กรอง และระบบกรองน้ำมัน ที่ต้องคอยตรวจสอบว่าไส้กรองทำงานปกติไม่อุดตัน เพื่อคัดกรองสิ่งแปลกปลอมที่อาจมากับน้ำมันก่อนส่งเข้าเครื่องยนต์ 3??ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ขับรถที่ความเร็วพอเหมาะตามกฎหมายกำหนด ไม่เร่งรอบเครื่องยนต์มากเกินไป การเร่งเครื่องยนต์รอบสูงนอกจากจะเปลืองน้ำมันแล้ว ยังเร่งให้เกิดการสึกหรอต่อระบบภายในเครื่องยนต์ทั้งหมด ส่งผลให้เครื่องหลวม แรงตก เสื่อมสมรรถนะเร็วและอาจเกิดอุบัติเหตุได้ 4??พักเครื่องยนต์บ้างระหว่างเดินทาง หากต้องขับรถติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ควรมีช่วงจังหวะให้รถยนต์ได้พักเพื่อลดอุณหภูมิเครื่องยนต์ระหว่างทาง แต่ไม่ควรดับเครื่องยนต์ทันที ควรลดความเร็วก่อนถึงที่หมาย 5-10 นาทีเพื่อคูลดาวน์เครื่องยนต์ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ที่ติดเทอร์โบ ที่ควรรออุณหภูมิในเทอร์โบลดลงซัก 3-4 นาทีก่อนดับเครื่องยนต์ 5??เลือกใช้น้ำมันที่มีคุณภาพ น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน การเลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพ และเหมาะสมกับเครื่องยนต์จะมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ได้ด้วย . การเดินทางทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นช่วงวันหยุด หรือเทศกาล ควรจะมีการเตรียมความพร้อมทุกครั้งที่ขับขี่ กระทรวงพลังงานจึงขอแนะเทคนิค5ข้อ ดีๆนี้ สำหรับท่านเพื่อเตรียมความพร้อมแล้วก็ออกเดินทางในช่วงวันหยุดนี้ได้อย่างปลอดภัยครับ #5เทคนิคดีๆตรวจสอบเครื่องยนต์ให้ปลอดภัยพร้อมเดินทางช่วงหยุดยาว #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN ดูน้อยลง
21 ตุลาคม 2564
‘ทานหรือใช้สินค้าออร์แกนิก’ ไอเดียใหม่ ใช้ชีวิต ‘Energy style’ ประหยัดพลังงาน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
‘ทานหรือใช้สินค้าออร์แกนิก’ ไอเดียใหม่ ใช้ชีวิต ‘Energy style’ ประหยัดพลังงาน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม 3 เทคนิค “Energy style” ที่จะช่วยให้คุณประหยัดพลังงาน ไปพร้อมๆกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม ? ลดทานเนื้อ สนับสนุนพืชออร์แกนิก มีการคาดการณ์ว่า การปศุสัตว์ได้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกแก่โลกสูงถึง 14.5-18% และอาจจะมากไปถึง 51% โดยมาจากพลังงานที่ใช้ในการผลิตสร้างอาหารให้กับสัตว์จำนวนมาก ซึ่งหากเราลดการกินเนื้อลง และเปลี่ยนไปเป็น กินพืชแทน จะช่วยลดการสูญเสียพลังงาน และนอกจากนั้น ควรเลือกกินผักออร์แกนิก เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีด้วย ? ถุงผ้า ถุงที่ใช้ซ้ำได้ นำกลับมาใช้ใหม่ ขยะที่ทับถมกันเป็นจำนวนมากจะปล่อยก๊าซมีเทนออกมาอย่างมากมาย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้อากาศเสีย ดังนั้น การลดขยะด้วยการใช้ถุงผ้าหรือถุงที่ใช้ซ้ำได้ หรือยังมีคุณภาพดี กลับมาใช้ใหม่จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย ? เลือกใช้ของที่ย่อยสลายได้ง่าย เราควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บรรจุอาหารที่ทำจากธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ง่าย หรือเลือกสินค้าที่ไม่ต้องใช้หีบห่อ ถุงหุ้มมากมาย เพื่อลดการผลิตพลาสติกจากโรงงานอุตสาหกรรม การปรับตัวในรูปแบบของ Energy style เป็นสิ่งง่าย ๆ ที่เราสามารถปรับตัวได้ ขอเพียงเราทุกคนช่วยกันรับผิดชอบสังคม ร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิต ใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้มีพลังงานใช้อย่างยั่งยืน #ทานหรือใช้สินค้าออร์แกนิก #ประหยัดพลังงาน #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN
7 กรกฎาคม 2564
แนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศตามนโยบาย 30/30 ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก
แนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศตามนโยบาย 30/30 ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก โดยคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ได้ออกแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ตามนโยบาย 30/30 คือการตั้งเป้าผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) หรือรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี ค.ศ. 2030 หรือ พ.ศ.2573 ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะนำพาประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Society) ในอนาคต ซึ่งขณะนี้หลาย ๆ ประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป ได้กำหนดเป้าหมายและมาตรการที่ชัดเจนในการส่งเสริม EV แล้ว จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2564 ในวันที่ 13 พ.ค.64 ที่ผ่านมา ได้กำหนดเป้าหมายการผลิตและการใช้ EV ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือกันระหว่างทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการนำแนวทางต่าง ๆ ไปศึกษาถึงรายละเอียดและความเป็นไปได้ของมาตรการส่งเสริมต่างๆ เพื่อนำเสนอในการประชุมครั้งต่อไปโดยมาตรการแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 (ระยะเร่งด่วน) : ปี 2564 – 2565 นำร่องส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานรองรับทั่วประเทศ ระยะที่ 2 : ปี 2566 – 2568 พัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะ 225,000 คัน รถจักรยานยนต์ 360,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 18,000 คัน ภายในปี 2568 รวมถึงการผลิตแบตเตอรี่ เพื่อตอบสนองการผลิตในประเทศ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดแรกและถือว่าเป็นเป้าหมายการผลิตในระดับ Economy of Scale ระยะที่ 3 : ปี 2569 – 2573 ขับเคลื่อนแผนและมาตรการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเพื่อให้บรรลุตามนโยบาย 30/30 ซึ่งมีเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะทั้งสิ้น 725,000 คัน ประเภทรถจักรยานยนต์จะมีการผลิตทั้งสิ้น 675,000 คัน คิดเป็น 30% ของการผลิตในปี 2573 และรวมถึงการผลิตแบตเตอรี่เพื่อตอบสนองการผลิตในประเทศด้วย ในวันนี้ เรื่องของยานยนต์ไฟฟ้าจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการนำนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ อีกทั้งประหยัดพลังงานและเชื้อเพลิง อยากให้ทุกท่านช่วยผลักดันให้นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าได้เข้ามามีบทบาท ในสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ เชื่อว่าจะทำให้สิ่งแวดล้อมและสิ่งต่าง ๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอน #แนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า #EV #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN
1 กรกฎาคม 2564
คาดเสนอแผนลงทุน โรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทนเครื่อง 8-9 ให้ ครม.อนุมัติได้ปลายปีนี้
กฟผ.คาดเสนอแผนลงทุน โรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทนเครื่องที่ 8-9 ขนาด 600 เมกะวัตต์ มูลค่าประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท ให้ ครม.พิจารณาได้ปลายปี 2564 นี้ โดยตามแนวทางของ?แผนพลังงานแห่ง?ชาติ?ถูกระบุว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินโรงสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นในประเทศ แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ถึงแม้ว่าแนวทางจัดทำแผนพลังงานแห่งชาติ (National Energy Plan) ที่ให้ความสำคัญกับการกำหนดเป้าหมายในการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutral) และการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero) โดยเน้นไปที่การผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น โดยจะส่งผลให้โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงถ่านหิน ที่เป็นโรงไฟฟ้าสร้างใหม่ในอนาคตจะไม่เกิดขึ้นอีกในประเทศนั้น แต่ความจำเป็นที่ต้องมีการอนุมัติให้สร้าง โรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะทดแทนเครื่องที่ 8-9 (MMRP2) ขนาดกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ. ) ในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งจะเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินโรงสุดท้ายที่ภาครัฐยังมีการรับซื้อเข้าระบบ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ( PDP 2018 Rev.1 ) ที่มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ ( COD ) ในปี 2569 เนื่องจากเป็นการใช้ทรัพยากรถ่านหินลิกไนต์ที่มีอยู่ในประเทศ ลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ และเป็นการเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าในภาคเหนือ ทั้งนี้ปัจจุบัน แม่เมาะมีปริมาณสำรองถ่านหินลิกไนต์ประมาณ 300-400 ล้านตัน และมีการใช้อยู่ที่ 16 ล้านตันต่อปี แต่ในอนาคตหากโรงไฟฟ้าแม่เมาะทยอยหมดอายุลงจะทำให้ปริมาณการใช้ถ่านหินลดลง 50% หลังปี 2570 เป็นต้นไป โดย กฟผ.ได้ทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนโครงการดังกล่าว เสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างนำเสนอสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. และ สํานักงบประมาณ กระทรวงการคลัง เพื่อให้ความเห็นในประเด็นต่างๆ และคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติแผนการลงทุนได้ภายในปี 2564 นี้ แหล่งข่าวการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ระบุว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ ทดแทนยูนิตที่ 8-9 หรือ Mae Mo Replacement 2 ที่หมดอายุในปี 2563 และจะมีการจัดตั้งโรงไฟฟ้าใหม่ในพื้นที่เดิม เบื้องต้น คาดว่า จะใช้เงินลงทุนใกล้เคียงกับโครงการแม่เมาะที่สร้างทดแทน ยูนิตที่ 4-7 ขนาด 650 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุน 3.5 หมื่นล้านบาท จะใช้ระยะเวลาก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนประมาณ 3 ปี โดยกำลังผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ภาคเหนือในปัจจุบันมีเกินกว่าความต้องการใช้เล็กน้อย จึงสามารถส่งกำลังผลิตที่เหลือไปป้อนความต้องการใช้ในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ แต่ในปี 2570 ที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ยูนิตที่ 10-13 จะหมดอายุลงจะทำให้กำลังผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ภาคเหนือหายไป 1,200 เมกะวัตต์ จากที่มีอยู่ 2,400 เมกะวัตต์ ซึ่งหากไม่มีการสร้างโรงไฟฟ้ามาทดแทนกำลังการผลิตดังกล่าว จะทำให้พื้นที่ภาคเหนือ ก็ต้องเปลี่ยนมารับไฟฟ้าผ่านสายส่งจากภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปทดแทนเพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในพื้นที่ ที่มา : https://www.energynewscenter.com/
25 มิถุนายน 2564
4 นวัตกรรมแห่งอนาคต ช่วยลดขยะล้นเมือง
4 นวัตกรรมแห่งอนาคต ช่วยลดขยะล้นเมือง ปัญหาขยะพลาสติกล้นเมือง ยังคงเป็นปัญหาที่หลายๆ ประเทศต้องเผชิญ สำหรับประเทศไทยแล้ว มีการรณรงค์ในการช่วยกันปริมาณการใช้พลาสติก ซึ่งก็ถือว่า ได้รับความร่วมมือจากทั้งภาคเอกชน ผู้ประกอบการต่าง ๆ ในการลดใช้ถุงใส่ของ รวมทั้งภาคประชาชน ที่หันมานิยมใช้ถุงผ้ากันเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ดี ปัญหาขยะพลาสติก ก็ยังคงสร้างปัญหาอยู่ในหลายพื้นที่ วันนี้ กระทรวงพลังงาน ได้นำสาระดี ๆ ของนวัตกรรมและเทคโนโลยีการบริหารจัดการขยะพลาสติก มาบอกเล่าให้เป็นความรู้กันถึง 4 รูปแบบ ได้แก่ 1.นวัตกรรมอัพไซคลิ่ง (Upcycling) นวัตกรรมอัพไซคลิ่ง คือ การนำขยะมาแปรรูปให้กลายเป็นสิ่งใหม่ ผ่านกระบวนการรีไซเคิล ที่ช่วยและจัดการแก้ปัญหาพลาสติก โดยไม่สร้างขยะกลับคืนสู่วงจรขยะพลาสติกอีกครั้ง แถมยังได้สร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกด้วย 2.พลาสติกที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (Bioplastic) พลาสติกชนิดนี้สามารถย่อยสลายได้เองด้วยจุลินทรีย์ และแบคทีเรียตามธรรมชาติ โดยผลิตจากวัตถุดิบที่ทดแทนขึ้นใหม่ได้ในธรรมชาติ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด ฯลฯ 3.นวัตกรรมเพื่อการจัดการไมโครพลาสติก (Microplastic) เนื่องจากไมโครพลาสติกถือเป็นพลาสติกขนาดเล็กและมองไม่เห็น ซึ่งมักจะปนเปื้อนในแหล่งน้ำ ทะเล จึงได้มีการคิดค้น จัดหาวัสดุทดแทน หรือมีกระบวนการจัดการที่รัดกุม เพื่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศที่ดีขึ้นทั้งระบบ 4.การเปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นพลังงาน กระบวนการนี้เป็นไปเพื่อลดต้นทุนการผลิตพลังงาน และสร้างมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยนำขยะพลาสติกที่มีอยู่จำนวนมหาศาล มาแปรรูปเป็นพลังงานความร้อน พลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น ๆ เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันได้ นวัตกรรมเหล่านี้ เริ่มเข้ามามีบทบาททั้งในปัจจุบันและจะมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต มันจะช่วยให้ขยะต่าง ๆ ถูกจัดการได้อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ขยะมีปริมาณลดลง ที่สำคัญเมืองของเราก็จะน่าอยู่มากขึ้นด้วยครับ ที่มา : สำนักข่าว BLT BANGKOK (https://www.bltbangkok.com/lifestyle/urban-living/12109/) #4นวัตกรรมแห่งอนาคตที่จะช่วยลดขยะล้นเมืองได้ #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN
17 มิถุนายน 2564
งานสหกิจศึกษา วันที่ 24-25 พ.ย. 2564 ให้ความรู้และสอนงานนักศึกษาสหกิจเรื่องการตรวจสอบและนำนักศึกษาดำการจดบันทึกมิเตอร์ไฟฟ้า มิเตอร์น้ำประปา อาคารที่ทำการ บ้านพัก ร้านค้าผู้ประกอบการภายในมหาวิทยาลัยทั้งหมด เพื่อจัดทำรายงานและวิเคราะห์สถิติกการใช้ไฟฟ้า และน้ำประปาของมหาวิทยาลัยประจำเดือนพฤศจิกายน 2564
งานสหกิจศึกษา วันที่ 24-25 พ.ย. 2564 ให้ความรู้และสอนงานนักศึกษาสหกิจเรื่องการตรวจสอบและนำนักศึกษาดำการจดบันทึกมิเตอร์ไฟฟ้า มิเตอร์น้ำประปา อาคารที่ทำการ บ้านพัก ร้านค้าผู้ประกอบการภายในมหาวิทยาลัยทั้งหมด เพื่อจัดทำรายงานและวิเคราะห์สถิติกการใช้ไฟฟ้า และน้ำประปาของมหาวิทยาลัยประจำเดือนพฤศจิกายน 2564
25 พฤศจิกายน 2564
แนะวิธีติด "หลังคาโซลาร์เซลล์" ดูยังไง แบบไหนคุ้ม ?
แนะวิธีติด "หลังคาโซลาร์เซลล์" ดูยังไง แบบไหนคุ้ม ? ทันข่าวพลังงาน โซลาร์เซลล์ solarcell Highlightกระแสรักษ์โลกที่ผู้คนหันมาสนใจเรื่องพลังงานสะอาด จนหลายๆ บ้านเริ่มมีการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์กันแพร่หลายมากกว่าเมื่อก่อน แต่การติดตั้ง "หลังคาโซลาร์เซลล์" นั้น นอกจากเรื่องความปลอดภัย การใช้งานแล้ว เรื่องของความคุ้มค่าก็เป็นประเด็นสำคัญในการตัดสินใจของหลายๆ คน แต่ก่อนอื่น ทันข่าวToday อยากจะมาทบทวนเรื่องระบบโซลาร์เซลล์ กันสักนิดว่ามีกี่แบบ  3 ระบบโซลาร์เซลล์ ที่เราควรรู้จักก่อน 1. ระบบออนกริด (On-Grid System) ที่ติดตั้งร่วมกับไฟจากการไฟฟ้านั้น มีจุดประสงค์เพื่อช่วยทุ่นค่าไฟในช่วงเวลากลางวัน จึงใช้ได้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด เพราะนั่นก็เท่ากับกระแสไฟฟ้าที่แปลงมาจากโซลาร์เซลล์ก็คือหน่วยพลังงานสำหรับขับเคลื่อนกระแสไฟฟ้าภายในบ้านตามปกติ โดยมีอินเวอร์เตอร์ทำหน้าที่สลับระหว่างกระแสไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์กับกระแสไฟฟ้าจากการไฟฟ้ากรณีจากโซลาร์เซลล์ไม่เพียงพอกับการใช้งาน เช่นในช่วงกลางคืน หรือกลางวันแต่พลังงานแสงไม่เพียงพอ ถือเป็นระบบที่หลายบ้านนิยมติดตั้งกัน เพราะสามารถขายคืนให้การไฟฟ้าฯ ได้ แต่ก่อนติดตั้งต้องขออนุญาตก่อนเสมอ 2. ระบบไฮบริด (Hybrid) ข้อแตกต่างระบบนี้อยู่ที่มีแบตเตอรี่มาสำรองพลังงาน สำหรับใช้งานในเวลาที่ไม่มีแสงอาทิตย์ และกรณีที่ผลิตกระแสไฟฟ้ามากพอเกินกว่าการใช้งานแล้ว ระบบจะนำกระแสไฟฟ้าชาร์ตเข้าแบตเตอรี่ เพื่อนำไปใช้งานต่อในเวลาอื่นๆ ซึ่งมีประโยชน์มากเมื่อบ้านไหนที่ไฟตกบ่อยก็สามารถดึงเอาไฟฟ้าในแบตเตอรี่มาใช้งาน 3. ระบบออฟกริด (Off-Grid System) ข้อแตกต่างอยู่ตรงไม่ได้เชื่อมต่อเข้ากับระบบจำหน่ายของการไฟฟ้านครหลวง หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การติดตั้งจะไม่จำเป็นต้องขออนุญาตก่อน  เหมาะกับการใช้งานโดยตรงจากแผงสู่อุปกรณ์ไฟฟ้านั้นๆ เช่น แสงสว่าง หรือปั๊มน้ำ ในอดีตจึงเหมาะกับพื้นที่ห่างไกลที่ต้องสำรองไฟสำหรับใช้ในเวลาจำเป็น หรือสำหรับงานภายนอกบ้านที่ไม่เกี่ยวกับกระแสไฟฟ้าหลักภายในบ้าน ?? ก่อนติดตั้ง ต้องรู้จัก 5 อุปกรณ์หลักที่ใช้งาน  1. ตัวแผงโซลาร์เซลล์ 2. เครื่องอินเวอร์เตอร์ ที่แปลงจากกระแสไฟฟ้าตรงให้เป็นกระแสไฟฟ้าสลับสำหรับการใช้งานภายใน บ้าน 3. แบตเตอรี่ (Battery) อุปกรณ์สำหรับเก็บไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ 4. เครื่องควบคุมการชาร์จไฟ (Solar control charger) ทำหน้าที่คุมแรงดันและกระแสไฟฟ้าที่เข้าสู่แบตเตอรี่ในปริมาณที่เหมาะสม  5. อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร (Over Current Protection & Accessaries) และสิ่งที่สำคัญที่ลืมไม่ได้ คือ โครงสร้างหลังคา โดยส่วนของหลังคาที่สามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ได้นั้น จะต้องเป็นพื้นที่รับแดดตลอดทั้งวัน สำหรับประเทศไทยคือทางทิศใต้ ดูระนาบและองศาของการติดตั้ง ซึ่งเหมาะสมที่สุดควรเอียงทำมุมที่ 15 องศา รวมทั้งเรื่องสำคัญโครงสร้างหลังคาแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักของแผงโซลาร์เซลล์ได้ทั้งระบบ ?? ติดตั้งเท่าไหร่ถึงจะคุ้มทุน ใครๆ ก็พูดว่าระยะยาวคุ้มทุน แล้วก็ขายไฟคืนให้รัฐได้ด้วย แต่อย่าลืมว่าเราต้องลงทุนก่อนเป็นสิ่งแรก ซึ่งเราก็ควรนึกถึงการใช้ไฟฟ้าในบ้านของเราก่อนว่าควรติดตั้งเท่าไหร่ดีจึงจะพอดีกับการใช้งานในครัวเรือน มาเริ่มต้นคำนวณค่าไฟกันก่อน ทางนี้  1. คำนวณจากหน่วยไฟฟ้าเป็น "กิโลวัตต์"  ซึ่งขนาดแผงโซลาร์เซลล์ สมมติว่า "1 แผง มีขนาดเท่ากับ 120*60 เซนติเมตร มีพื้นที่เท่ากับ 0.72 ตร.ม. มีกำลังผลิตแผงละ 102 วัตต์" ดังนั้นหากต้องการผลิตให้ได้ 1 กิโลวัตต์ ต้องใช้ 10 แผงในการติดตั้ง กินพื้นที่บนหลังคาเท่ากับ 7.2 ตร.ม. 2. จากนั้นมาดูปริมาณการใช้งานไฟฟ้าในแต่ละเดือนของเราว่าใช้เดือนละกี่หน่วย (KW-h) สมมติ ถ้าใช้เดือนละ 2,000 หน่วย (เสียค่าไฟฟ้าประมาณเดือน 10,000 บาท) ให้จดเลขมิเตอร์ 2 ครั้งใน 1 วัน ในช่วงเช้าเวลาประมาณ 9.00 น. และเย็น 17.00 น. ทั้งหมด 4 วัน แล้วนำมาลบกันก็จะได้ค่าจำนวนหน่วยที่ใช้ในเวลากลางวัน  จากนั้นนำหน่วยทั้งหมดที่ได้มาหาร 4 ยกตัวอย่างเช่น 55+40+50+45 = 190/4 เฉลี่ยแล้วใช้ไฟฟ้าในตอนกลางวันประมาณ 47.5 หน่วย 3. ใน 1 วันมีแสงอาทิตย์ประมาณ 5 ชม.  เราก็ต้องนำ 47.5 หน่วย หาร 5 ได้เท่ากับ 9.5 กิโลวัตต์ ดังนั้นการติดตั้งโซลาร์เซลล์ประมาณ 10 กิโลวัตต์จึงจะเหมาะสมและคุ้มทุนที่สุด โดยจำนวนแผงที่จะติดตั้งต้องดูตามปริมาณวัตต์ต่อ 1 แผง อายุการใช้งานของระบบประมาณ 20-25 ปี ลองเคาะตัวเลขกันดู ว่าจุดคุ้มทุนเรามากน้อยแค่ไหน ข้อมูลอ้างอิง  การไฟฟ้านครหลวง  สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1129y
30 มีนาคม 2564
กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับที่ 2 ระวัง"พายุฤดูร้อน-ลูกเห็บตก-ฟ้าผ่า" 3 - 6 เม.ย.
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 2 พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย ระวังพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นด้วย มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3 - 6 เมษายน 2564 วันที่ 2 เมษายน 2564 เวลา 11.00 น. นายณัฐพล ณัฎฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 1 เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3 - 6 เมษายน 2564) ข้อความว่า ในช่วงวันที่ 3 - 6 เมษายน 2564 ประเทศไทยจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นด้วย กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับที่ 2 ระวัง"พายุฤดูร้อน-ลูกเห็บตก-ฟ้าผ่า" 3 - 6 เม.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 2 พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย ระวังพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นด้วย มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3 - 6 เมษายน 2564 วันที่ 2 เมษายน 2564 เวลา 11.00 น. นายณัฐพล ณัฎฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 1 เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3 - 6 เมษายน 2564) ข้อความว่า ในช่วงวันที่ 3 - 6 เมษายน 2564 ประเทศไทยจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นด้วย โดยจะเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ตอนบน จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไปจึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วยทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดต่อเนื่องกันหลายวันประชาชนสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงประกาศ ณ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2564 เวลา 11.00 น.ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยาข่าวที่เกี่ยวข้องข่าวที่เกี่ยวข้อง:คุณภาพอากาศ ภาคเหนือเช้านี้ จมฝุ่น PM 2.5กรุงเทพฯค่อนข้างดีเกือบทุกพื้นที่ ค่าฝุ่น PM 2.5 เช้านี้ พบเกินค่ามาตรฐาน 25 จังหวัด ในภาคเหนือ-อีสาน-กลางสภาพอากาศวันนี้ไทยตอนบนมีอากาศร้อนและร้อนจัดบางแห่งอัพเดท 3-6 เม.ย."พายุฤดูร้อน" ไทยตอนบนรับมือฝน-ลูกเห็บตก-ฟ้าผ่ากรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับที่ 1 ระวัง"พายุฤดูร้อน" 3 - 6 เม.ย.นี้
1 เมษายน 2564
ข้อมูลการใช้พลังงานและทรัพยากร
ปริมาณการใช้ไฟฟ้า

หมวดที่ 3 การใช้พลังงานและทรัพยากร

ปริมาณการใช้น้ำ

หมวดที่ 3 การใช้พลังงานและทรัพยากร

ปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

หมวดที่ 3 การใช้พลังงานและทรัพยากร

ปริมาณการใช้กระดาษ

หมวดที่ 3 การใช้พลังงานและทรัพยากร

ปริมาณการใช้หมึกพิมพ์และวัสดุสำนักงาน

หมวดที่ 3 การใช้พลังงานและทรัพยากร