งานจัดการพลังงาน กองกายภาพและสิ่งแวดล้อม
Energy management
จานปฏิกรณ์แสงอาทิตย์ ผลิตก๊าซไฮโดรเจนจากแสงแดดและน้ำ
วิศวกรจาก EPFL สร้างและทดสอบ "จานปฎิกรณ์แสงอาทิตย์" ที่สามารถผลิตก๊าซไฮโดรเจนจากแสงแดดและน้ำ พบผลลัพธ์ภายใน 1 ปี จะให้พลังงานแก่รถยนต์ไฟฟ้าพลังเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน 1.5 คัน หรือรองรับการใช้พลังงานไฟฟ้าในครัวเรือนที่มีสมาชิกครอบครัว 4 คนไฮโดรเจน" ถือเป็นอีกหนึ่งพลังงานหมุนเวียน ซึ่งการผลิตไฮโดรเจนให้มีประสิทธิภาพสูงนั้นต้องใช้น้ำเป็นวัตถุดิบหลัก และใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นตัวทำความร้อนที่ทำให้น้ำเดือดและระเหยกลายเป็นก๊าซไฮโดรเจน โดยกระบวนการนี้เรียกว่าการสังเคราะห์ด้วยแสงเทียม ซึ่งเป็นกระบวนการทำงานของจานปฏิกรณ์แสงอาทิตย์"จานปฏิกรณ์แสงอาทิตย์" ผลิตโดยทีมวิศวกรจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิส โลซาน หรือ EPFL (École Polytechnique Fédérale de Lausanne) มีลักษณะเหมือนจานดาวเทียม และมีระบบการทำงานที่คล้ายกับต้นไม้เทียม โดยจานปฏิกรณ์นี้มีพื้นผิวโค้งขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการรวบรวมแสงให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นการรวบรวมความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่มีความร้อนประมาณ 800 เท่า ไปยังเครื่องปฏิกรณ์โฟโตอิเล็กโตรเคมีที่แขวนอยู่ตรงกลาง และทำการสูบน้ำเข้าไปในเครื่องปฏิกรณ์นี้ จากนั้นใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการแยกโมเลกุลออกมากลายเป็นไฮโดรเจนและออกซิเจนจากการทดสอบเป็นเวลากว่า 13 วัน ในวิทยาเขต EPFL พบว่า ประสิทธิภาพการผลิตด้วยจานปฏิกรณ์นั้นใช้น้ำในการผลิตอยู่ที่ 20% จึงทำให้น้ำส่วนที่เหลือจะไม่ได้ถูกแยกเป็นก๊าซแต่จะถูกทำให้ร้อนมากพอสำหรับส่งเข้าโรงงานอุตสาหกรรมต่อไป ซึ่งจานปฏิกรณ์สามารถผลิตไฮโดรเจนได้ประมาณ 500 กรัมต่อวันด้วยผลลัพธ์นี้ ภายใน 1 ปี ระบบจะสามารถให้พลังงานแก่รถยนต์ไฟฟ้าพลังเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (FCEV) 1.5 คัน หรือรองรับการใช้พลังงานไฟฟ้าในครัวเรือนที่มีสมาชิกครอบครัว 4 คนนอกจากนี้ จานปฏิกรณ์ยังมีความสามารถในการดักจับของเสีย 2 ชนิดที่ปล่อยออกมาจากกระบวนการผลิตไฮโดรเจน ได้แก่ ออกซิเจน และความร้อน โดยออกซิเจนจะมีประโยชน์สำหรับใช้ในโรงพยาบาลหรืออุตสาหกรรม ในขณะที่ความร้อนจะถูกส่งผ่านเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนและสามารถใช้เพื่อทำน้ำร้อนใช้ภายในอาคารจานปฏิกรณ์แสงอาทิตย์สามารถผลิตไฟฟ้าด้วยไฮโดรเจนได้ถึง 2 กิโลวัตต์ (kW) ซึ่งทำลายสถิติเดิมของการทดลองจานปฏิกรณ์นำร่องที่ผลิตได้ 1 กิโลวัตต์ (kW) ซึ่งอัตราการผลิตไฮโดรเจนที่ทำได้ในครั้งนี้สะท้อนถึงความน่าสนใจในการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ต่อไป
11 พฤษภาคม 2566     |      136
โครงการจัดทำเกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานและสาธิตการใช้พลังงานชีวภาพ (Bioenergy)
กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ขอเชิญเข้าร่วม  โครงการจัดทำเกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานและสาธิตการใช้พลังงานชีวภาพ (Bioenergy) จากพืชเศรษฐกิจที่มีการใช้จุลินทรีย์หรือจุลินทรีย์ดัดแปลงพันธุกรรมในกระบวนการผลิตเอทานอลและก๊าซชีวภาพ(red flag)สัมมนาชี้แจงโครงการและเผยแพร่ความรู้ จำนวน 5 ครั้ง (5 ภูมิภาค) สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ ?? https://forms.gle/1jnB1MAoTvsgQVtJ7(red flag)รับสมัครโรงงานต้นแบบเข้าร่วมโครงการ (จำนวนจำกัด) สนใจเข้าร่วมเป็นโรงงานต้นแบบ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://bit.ly/42ejmozสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณชนิกานต์ ขำประไพ (กานต์)  095 368 8396 คุณธันวรัตน์ ฉัตรศรี (ดาว)  02-129-3959งานสัมมนานี้เป็นการเริ่มต้นโครงการ ทางทีมจะมีโอกาสถ่ายทอดแนวคิดของภาครัฐเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพในรูปแบบโครงการนำร่องซึ่งน่าจะนำมาใช้กับไบโอแก็สในทุกอุตสาหกรรม รวมทั้งในงานสัมมนายังได้มีโอกาสทบทวนกันเรื่อง Safetyในระบบก๊าซชีวภาพด้วยครับคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ จากตรงนี้ทางผู้วิจัยจะนำความรู้/ประสบการณ์ของทุกท่านไปพัฒนาคู่มือดูแลระบบก๊าซชีวภาพให้ดียิ่งขึ้นด้วยครับ เอกสารและะผลงานวิจัยของโครงการน่าจะมีประโยชน์กลับผู้สนใจพัฒนาโครงการก๊าซชีวภาพต่อไป
11 พฤษภาคม 2566     |      216
งานสหกิจศึกษา วันที่ 24-25 พ.ย. 2564 ให้ความรู้และสอนงานนักศึกษาสหกิจเรื่องการตรวจสอบและนำนักศึกษาดำการจดบันทึกมิเตอร์ไฟฟ้า มิเตอร์น้ำประปา อาคารที่ทำการ บ้านพัก ร้านค้าผู้ประกอบการภายในมหาวิทยาลัยทั้งหมด เพื่อจัดทำรายงานและวิเคราะห์สถิติกการใช้ไฟฟ้า และน้ำประปาของมหาวิทยาลัยประจำเดือนพฤศจิกายน 2564
งานสหกิจศึกษา วันที่ 24-25 พ.ย. 2564 ให้ความรู้และสอนงานนักศึกษาสหกิจเรื่องการตรวจสอบและนำนักศึกษาดำการจดบันทึกมิเตอร์ไฟฟ้า มิเตอร์น้ำประปา อาคารที่ทำการ บ้านพัก ร้านค้าผู้ประกอบการภายในมหาวิทยาลัยทั้งหมด เพื่อจัดทำรายงานและวิเคราะห์สถิติกการใช้ไฟฟ้า และน้ำประปาของมหาวิทยาลัยประจำเดือนพฤศจิกายน 2564
25 พฤศจิกายน 2564     |      371
6??ทิป เดินทางประหยัดพลังงาน??
6??ทิป เดินทางประหยัดพลังงาน?? ในแต่ละวัน คนเรามีการเดินทางที่หลากหลาย ทั้งเดินทางไปทำงาน ท่องเที่ยว พักผ่อน ซื้อของ ช้อปปิ้ง หรือทำกิจธุระต่าง ๆ แต่จะทำอย่างไรให้การเดินทางนั้น ประหยัดพลังงานไปด้วย วันนี้กระทรวงพลังงาน มี 6 ทิปดี ๆ มานำเสนอเพื่อการเดินทางแถมยังประหยัดพลังงานกัน ??1.วางแผนเส้นทาง วางแผนเส้นทางก่อนเดินทาง จะได้ไม่หลงทางหรือขับออกนอกเส้นทาง เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานหรือลดความสิ้นเปลืองของการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและยังประหยัดเวลาได้อีกด้วย ??2.หากใกล้ให้เดินเท้า หากจุดหมายอยู่ไม่ไกลมาก ควรเดินไปไม่ใช้รถ หรือจะเปลี่ยนมาปั่นจักรยานแทนก็ได้ เพราะได้ทั้งประหยัดพลังงาน แถมยังได้ออกกำลังไปในตัว ??3.เน้นใช้รถสาธารณะ หากที่พักของเราใกล้กับที่ทำงานหรือมีความสะดวกในการใช้รถสาธารณะ เช่นรถไฟฟ้า รถประจำทาง ก็ควรใช้บริการ เพราจะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าใช้รถยนต์ส่วนตัว ??4.ชั่วโมงรถติดไม่ดีแน่ หากเป็นไปได้หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเวลา หรือเส้นทางที่มีการจราจรติดขัด ??5. ตรวจสอบเครื่องยนต์ให้พร้อมใช้งานหมั่นตรวจสอบสภาพรถ และสภาพเครื่องยนต์ นอกจากเพื่อให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอแล้ว ยังทำให้รู้ถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์ ที่ส่งผลไปถึงอัตราการสิ้นเปลืองของน้ำมันเชื้อเพลิง และยังเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางด้วยเช่นกัน ??6.หาเส้นทางลัด ควรศึกษาเส้นทางลัดหรือเส้นทางที่รถไม่ติดก่อนการเดินทาง เพื่อที่จะได้ประหยัดเวลาและน้ำมันและลดความแออัดบนท้องถนน เพียงเท่านี้ ก็สามารถเดินทางไปสู่จุดหมายอย่างปลอดภัย แถมยังได้ร่วมประหยัดพลังงานอีกด้วย #เดินทางประหยัดพลังงาน #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN ดูน้อยลง
21 ตุลาคม 2564     |      673
5 เทคนิคดีๆ ตรวจสอบเครื่องยนต์ให้ปลอดภัย พร้อมเดินทางช่วงหยุดยาว ???
5 เทคนิคดีๆ ตรวจสอบเครื่องยนต์ให้ปลอดภัย พร้อมเดินทางช่วงหยุดยาว ??? ในช่วงวันหยุดยาวนี้ หลายท่านอาจต้องเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง หรือขับรถไปสถานที่ท่องเที่ยวในต่างจังหวัด กระทรวงพลังงาน ขอแนะนำการตรวจสอบเครื่องยนต์ของท่านเพื่อให้สามารถใช้รถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และประหยัดพลังงาน 5 ข้อ ดังต่อไปนี้ . 1??เช็คน้ำมันเครื่องก่อนการเดินทาง พื้นฐานสำคัญที่สุดสำหรับการดูแลเครื่องยนต์ คงหนีไม่พ้นน้ำมันเครื่อง โดยน้ำมันเครื่องจะเข้าไปหล่อลื่นชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในเครื่องยนต์ ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะที่ผู้ผลิตรถยนต์แนะนำหรืออย่างน้อยทุก ๆ 10,000 กิโลเมตรหรือทุก ๆ 6 เดือน หากไม่แน่ใจลองเช็คก้านวัดระดับน้ำมันเครื่อง ที่ต้องไม่ต่ำกว่าระดับ MIN ต่ำสุด 2??เครื่องยนต์ต้องพร้อมใช้งาน ดูแลระบบสำคัญของรถที่ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ได้แก่ ระบบระบายความร้อน ที่ต้องทำงานปกติและมีระดับน้ำหล่อเย็นในระดับสูงกว่า MIN เสมอ ระบบกรองอากาศ ที่ต้องคอยเปลี่ยนทำความสะอาดฝุ่นละอองหรือเปลี่ยนไส้กรอง และระบบกรองน้ำมัน ที่ต้องคอยตรวจสอบว่าไส้กรองทำงานปกติไม่อุดตัน เพื่อคัดกรองสิ่งแปลกปลอมที่อาจมากับน้ำมันก่อนส่งเข้าเครื่องยนต์ 3??ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ขับรถที่ความเร็วพอเหมาะตามกฎหมายกำหนด ไม่เร่งรอบเครื่องยนต์มากเกินไป การเร่งเครื่องยนต์รอบสูงนอกจากจะเปลืองน้ำมันแล้ว ยังเร่งให้เกิดการสึกหรอต่อระบบภายในเครื่องยนต์ทั้งหมด ส่งผลให้เครื่องหลวม แรงตก เสื่อมสมรรถนะเร็วและอาจเกิดอุบัติเหตุได้ 4??พักเครื่องยนต์บ้างระหว่างเดินทาง หากต้องขับรถติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ควรมีช่วงจังหวะให้รถยนต์ได้พักเพื่อลดอุณหภูมิเครื่องยนต์ระหว่างทาง แต่ไม่ควรดับเครื่องยนต์ทันที ควรลดความเร็วก่อนถึงที่หมาย 5-10 นาทีเพื่อคูลดาวน์เครื่องยนต์ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ที่ติดเทอร์โบ ที่ควรรออุณหภูมิในเทอร์โบลดลงซัก 3-4 นาทีก่อนดับเครื่องยนต์ 5??เลือกใช้น้ำมันที่มีคุณภาพ น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน การเลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพ และเหมาะสมกับเครื่องยนต์จะมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ได้ด้วย . การเดินทางทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นช่วงวันหยุด หรือเทศกาล ควรจะมีการเตรียมความพร้อมทุกครั้งที่ขับขี่ กระทรวงพลังงานจึงขอแนะเทคนิค5ข้อ ดีๆนี้ สำหรับท่านเพื่อเตรียมความพร้อมแล้วก็ออกเดินทางในช่วงวันหยุดนี้ได้อย่างปลอดภัยครับ #5เทคนิคดีๆตรวจสอบเครื่องยนต์ให้ปลอดภัยพร้อมเดินทางช่วงหยุดยาว #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN ดูน้อยลง
21 ตุลาคม 2564     |      347
‘ทานหรือใช้สินค้าออร์แกนิก’ ไอเดียใหม่ ใช้ชีวิต ‘Energy style’ ประหยัดพลังงาน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
‘ทานหรือใช้สินค้าออร์แกนิก’ ไอเดียใหม่ ใช้ชีวิต ‘Energy style’ ประหยัดพลังงาน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม 3 เทคนิค “Energy style” ที่จะช่วยให้คุณประหยัดพลังงาน ไปพร้อมๆกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม ? ลดทานเนื้อ สนับสนุนพืชออร์แกนิก มีการคาดการณ์ว่า การปศุสัตว์ได้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกแก่โลกสูงถึง 14.5-18% และอาจจะมากไปถึง 51% โดยมาจากพลังงานที่ใช้ในการผลิตสร้างอาหารให้กับสัตว์จำนวนมาก ซึ่งหากเราลดการกินเนื้อลง และเปลี่ยนไปเป็น กินพืชแทน จะช่วยลดการสูญเสียพลังงาน และนอกจากนั้น ควรเลือกกินผักออร์แกนิก เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีด้วย ? ถุงผ้า ถุงที่ใช้ซ้ำได้ นำกลับมาใช้ใหม่ ขยะที่ทับถมกันเป็นจำนวนมากจะปล่อยก๊าซมีเทนออกมาอย่างมากมาย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้อากาศเสีย ดังนั้น การลดขยะด้วยการใช้ถุงผ้าหรือถุงที่ใช้ซ้ำได้ หรือยังมีคุณภาพดี กลับมาใช้ใหม่จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย ? เลือกใช้ของที่ย่อยสลายได้ง่าย เราควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บรรจุอาหารที่ทำจากธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ง่าย หรือเลือกสินค้าที่ไม่ต้องใช้หีบห่อ ถุงหุ้มมากมาย เพื่อลดการผลิตพลาสติกจากโรงงานอุตสาหกรรม การปรับตัวในรูปแบบของ Energy style เป็นสิ่งง่าย ๆ ที่เราสามารถปรับตัวได้ ขอเพียงเราทุกคนช่วยกันรับผิดชอบสังคม ร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิต ใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้มีพลังงานใช้อย่างยั่งยืน #ทานหรือใช้สินค้าออร์แกนิก #ประหยัดพลังงาน #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN
7 กรกฎาคม 2564     |      386
แนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศตามนโยบาย 30/30 ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก
แนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศตามนโยบาย 30/30 ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก โดยคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ได้ออกแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ตามนโยบาย 30/30 คือการตั้งเป้าผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) หรือรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี ค.ศ. 2030 หรือ พ.ศ.2573 ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะนำพาประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Society) ในอนาคต ซึ่งขณะนี้หลาย ๆ ประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป ได้กำหนดเป้าหมายและมาตรการที่ชัดเจนในการส่งเสริม EV แล้ว จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2564 ในวันที่ 13 พ.ค.64 ที่ผ่านมา ได้กำหนดเป้าหมายการผลิตและการใช้ EV ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือกันระหว่างทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการนำแนวทางต่าง ๆ ไปศึกษาถึงรายละเอียดและความเป็นไปได้ของมาตรการส่งเสริมต่างๆ เพื่อนำเสนอในการประชุมครั้งต่อไปโดยมาตรการแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 (ระยะเร่งด่วน) : ปี 2564 – 2565 นำร่องส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานรองรับทั่วประเทศ ระยะที่ 2 : ปี 2566 – 2568 พัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะ 225,000 คัน รถจักรยานยนต์ 360,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 18,000 คัน ภายในปี 2568 รวมถึงการผลิตแบตเตอรี่ เพื่อตอบสนองการผลิตในประเทศ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดแรกและถือว่าเป็นเป้าหมายการผลิตในระดับ Economy of Scale ระยะที่ 3 : ปี 2569 – 2573 ขับเคลื่อนแผนและมาตรการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเพื่อให้บรรลุตามนโยบาย 30/30 ซึ่งมีเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะทั้งสิ้น 725,000 คัน ประเภทรถจักรยานยนต์จะมีการผลิตทั้งสิ้น 675,000 คัน คิดเป็น 30% ของการผลิตในปี 2573 และรวมถึงการผลิตแบตเตอรี่เพื่อตอบสนองการผลิตในประเทศด้วย ในวันนี้ เรื่องของยานยนต์ไฟฟ้าจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการนำนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ อีกทั้งประหยัดพลังงานและเชื้อเพลิง อยากให้ทุกท่านช่วยผลักดันให้นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าได้เข้ามามีบทบาท ในสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ เชื่อว่าจะทำให้สิ่งแวดล้อมและสิ่งต่าง ๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอน #แนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า #EV #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN
1 กรกฎาคม 2564     |      1858
ทั้งหมด 3 หน้า